ผู้จัดการรายวัน360 – “เซ็นกรุ๊ป” ปรับกลยุทธ์รุกตลาดอาหาร ควบทุกแบรนด์ใช้เป็นทีมเดียวลดต้นทุน ยุบบางแบรนด์ พร้อมปรับครัวบางแบรนด์เป็นคลาวด์คิทเช่น มั่นใจปีนี้ยังมีกำไร
นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ปรับโครงสร้างและปรับยุทธ์ศาสตร์การทำธุรกิจของเซ็นกรุ๊ปใหม่ หลักๆคือ อดีตจะแยกเป็นทีมเฉพาะแต่ละแบรนด์ แต่โครงสร้างใหม่ที่จะเริ่ม 1 สิงหาคมนี้ จะรวมทุกแบรนด์มาอยู่ภายใต้ทีมเดียวกันทั้งหมด ทั้งการปฎิบัติการสาขา และการตลาด มีซีโอโอ กับ ซีเอ็มโอ ดูแลรวมไม่ได้แยกเป็นทีมแบรนด์แล้ว
นอกจากนั้นจะปรับพอร์ตโฟลิดโอในเครือทั้งหมดใหม่ ที่มีอยู่ประมาณ 14 แบรนด์ แต่จะเน้นขยายสาขาเป็นแบรนด์หลักเพียง 7 แบรนด์คือ ร้าน เซ็น มี 44 สาขา เป็นแบรนด์รายได้หลักกว่า 60%, 2. ร้านอากะ มี 25 สาขา , 3.ร้านออนเดอะเทเบิ้ล มี 25 สาขา จะเปิดสาขาใหม่ที่เดอะมอลล์งามวงศ์วานอีก 2 เดือน , 4.ร้านตำมั่ว, 5.ร้านเขียง, 6.ร้านดินส์ และ 7. ร้าน ลาวญวน และอีก 2 แบรนด์จะเป็นกลุ่มพรีเมียมคือ ร้านเท็ตสึ กับร้านซีบายยูคาร์นิวัล
โดยเฉพาะแบรด์เขียง ช่วง 5 เดือนแรกเปิดสาขาเขียงเพิ่มขึ้น 20 แห่ง ปัจจุบันมีสาขารวมกว่า 70 แห่ง และคาดว่าสิ้นปีนี้จะขยายเพิ่มเป็นประมาณ 100 สาขา
ส่วนที่เหลือจะเป็นแบรนด์รองที่ไม่ได้เน้นขยายสาขามากนัก แต่ปรับโมเดลมาทำเป็นครัวกลางหรือคลาวด์คิทเช่น(Cloud Kitchen) ควบคู่ไปด้วย เช่น ร้านเซ็นบ๊อกซ์, ร้านมุฉะ, ร้านแจ่วฮ้อน, ร้านเฝอ เป็นต้น เพื่อรองรับกับแผนบริษัทฯที่จะเน้นกลยุทธ์ทำคลาวด์คิดเช่นและดีลิเวอรี่ควบคู่ไปกับธุรกิจหน้าร้านด้วย ที่เป็นเทรนด์ใหม่ของตลาดอาหาร เช่น ร้านลาวญวนหรือร้านตำมั่วบางสาขาที่ปรุงอาหารแบรนด์เขียงได้
ส่วนบางแบรนด์ก็ยกเลิกปรับเป็นแบรนด์อื่น เช่น ร้านฟู สาขาเอมควอเทียร์ปรับเป็นร้านออนเดอะเทเบิ้ล และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวเป็นร้านดินส์ หรือแม้แต่ร้านมุฉะ ที่มี 3 สาขา. และร้านแจ่วฮ้อนที่มี 4 สาขา ก็ปรับมาเน้นเป็นคร้วกลางมากขึ้น โดยในคลาวด์คิทเช่น 1 จุดจะมีการปรุงอาหารประมาณ 2 – 3 แบรนด์ และมีเมนูเฉลี่ย 10 เมนูต่อแบรนด์ที่ทำได้ ซึ่งจะช่วยให้ลดต้นทุนการขยายสาขาขนาดใหญ่แต่สามารถสร้าวรายได้ไม่แพ้กัน ขณะนี้มีคลาวด์คิทเช่นประมาณ 30 จุด ในกรุงเทพ ซึ่งอยู่ในเครือร้านอาหารเราทั้งหมด มีรายได้เฉพาะคลาด์วคิทเช่นเฉลี่ย 2 ล้านกว่าบาทต่อเดือน สิ้นปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 60 จุด
ปัจจุบันมีร้านอาหารในเครือที่เป็นของบริษัทรวม 154 สาขา แต่เปิดบริการได้ 148 สาขา ส่วนที่เหลือยังปิดบริการอยู่เพราะโควิดตามเมืองท่องเที่ยวทั้ง ภูเก็ต พัทยา หัวหิน เป็นต้น ขณะที่สาขาของแฟรนไชส์มีรวม 171 สาขา
“การเกิดโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างมาก และเป็นตัวเร่งที่ทำให้ทุกอย่างมีการปรับตัวเร็วขึ้น ทั้งในภาพรวมและในส่วนของเซ็นกรุ๊ปเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นกีนสั่งแบบทำเว๊บออเดอร์ริ่ง การปรับโครงสร้าง การทำคลาวด์คิทเช่น เพราะถ้าไม่ทำจะไม่เติบโตและไม่มีกำไร ซึ่งช่วง 2 เดือนที่ปิดบริการในร้าน ยอดขายหายไปมากกว่า 400 ล้านบาท แต่โชคดีที่ทำดีลิเวอรี่ในช่วงโควิด-19เติบโตมาก คาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากดีลิเวอรี่กว่า 300 ล้านบาท เพิ่มจากปีทีแล้วที่ทำได้ 120 ล้านบาท
“ตั้งแต่ทำธุรกิจมา เราไม่เคยกู้เงินเลย แต่ช่วโควิดเราต้องกู้เงินมารวม 90 ล้านบาท แต่ก็โชคดีที่ไม่ได้ใช้อะไรมาก พอปลดล็อกแล้ว ธุรกิจดีขึ้น พบว่าร้านอาหารส่วนใหญ่ทั้งในและนอกศูนย์การค้า มีลูกค้ากลับมาใช้บริการนั่งทานภายในร้านเฉลี่ย 80-85% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ ถือว่าฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว เราจึงคืนหนี้ไปหมดแล้ว” นายบุญยง กล่าว
ปีนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมกว่า 100 ล้านบาท ลดลงจากแผนเดิมที่ตั้งไว้ที่ 200 ล้านบาท เพราะการปรับกลยุทธ์ดัวกล่าว และมั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีผลกำไร แต่รายได้รวมอาจจะไม่เท่ากับปีที่แล้ว โดยสัดส่วนรายได้มาจาก กลุ่มร้านอาหารญี่ปุ่น 70% กลุ่มอาหารไทย 30%
โดยผลประกอบการปี 2562 มีรายได้ 3,144 ล้านบาท กำไรสุทธิ 106 ล้านบาท ส่วนไตรมาส 1/63 มีรายได้ 644 ล้านบาท ขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท
"แบรนด์" - Google News
July 15, 2020 at 10:38PM
https://ift.tt/2ZuhBpF
“เซ็นกรุ๊ป”เขย่าพอร์ตยุบแบรนด์ย่อย ปรับแผนควบทีมชูคลาวด์คิทเช่นฟื้นกำไร - ผู้จัดการออนไลน์
"แบรนด์" - Google News
https://ift.tt/3drBy4M
Mesir News Info
Israel News info
Taiwan News Info
Vietnam News and Info
Japan News and Info Update
https://ift.tt/3chD09B
Bagikan Berita Ini
0 Response to "“เซ็นกรุ๊ป”เขย่าพอร์ตยุบแบรนด์ย่อย ปรับแผนควบทีมชูคลาวด์คิทเช่นฟื้นกำไร - ผู้จัดการออนไลน์"
Post a Comment